article ; บทสัมภาษณ์singular จากJobCyber

posted on 18 Dec 2010 22:03 by singularfan
 

1+1 เท่ากับ ‘Singular’ความแรงเกินนิยาม ‘เบา เบา’



              

 

             3-4 ปีก่อนหลังถูกแนะนำให้รู้จักกันให้ห้องอัดเสียง ซิน-ทศพร อาชวานันทกุล กราฟิคดีไซน์ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องชื่อดัง และ นัท-โชติวุฒิ บุญญสิทธิ์ มือกีตาร์ระดับอาจารย์ ก็ได้จับมือเป็นดูโอคู่ใหม่ในนาม ‘Singular’ ที่กลายเป็นคู่ดังในเวลาไม่ทันข้ามปี เจ้าของสถิติมากมายที่ไม่ใช่แค่ต้นสังกัดโซนี่มิวสิค ประเทศไทย จะยินดีปรีดา ศิลปินไทยทั้งเดี่ยวและกลุ่มยังพากันจับตามอง...แต่จะดีขนาดไหนถ้าเริ่มต้น ดีอย่างนี้แล้วจะรักษาให้ดีไปได้นาน ๆ  เริ่มต้นสร้างปรากฏการณ์ความดังตั้งแต่ซิงเกิลแรก ‘24.7’ (Twentyfour Seven) เพลงเพราะมีเอกลักษณ์ที่พาตัวเองไปได้ถึงอันดับที่ 1 ในชาร์ตต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต่อเนื่องด้วยซิงเกิลที่ 2 ‘เบา เบา’ ที่สร้างปรากฏการณ์ความดังเป็นเพลงแรงแห่งปี ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่ถูกเปิดมากที่สุดในทุกคลื่นวิทยุนาน 6 สัปดาห์ติดต่อกัน ครองอันดับหนึ่งได้นานต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ในหลายคลื่นวิทยุชื่อดัง หรือในโลกการสื่อสารยุคใหม่ คำว่า ‘เนื้อเพลง เบา เบา Singular’  ก็ยังรั้งอันดับ 6 ของคำค้นหายอดนิยมที่ Google Zeigeist ด้วย และล่าสุดกับความแรงของอัลบั้มเต็ม ‘The White Room’ ที่ขายดีจนขาดตลาด ต้องเร่งผลิตซ้ำใน 3 วันแรกที่วางจำหน่าย

             กว่าจะมีเวลาให้ได้คุยกับ 2 หนุ่มคิวรัดตัวก็ต้องรอให้จบงานแถลงข่าวเปิดอัลบั้ม ‘The White Room’ ที่มาพร้อมโปรเจกต์อินเตอร์ การร่วมงานกับคู่กีตาร์ดูโอชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ‘Depa pepe’ ในเพลง ‘Kitto Mata Itsuka’ ที่หนุ่มผมยาว ซิน ได้เขียนเนื้อร้องซึ่งพูดถึงการทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพลงสไตล์บวกตามถนัดของ Singular ที่ทั้ง 2 หนุ่มต่างก็บอกว่าตื่นเต้น เพราะเป็นครั้งแรกที่ดูโอจากญี่ปุ่นอนุญาตให้มีการนำเพลงใส่เนื้อร้องแบบนี้



             เรื่องงานตอนนี้เป็นคู่ที่ลงตัวมาก ย้อนไปถามถึงวันแรกที่เจอกัน ความประทับใจแรกเป็นอย่างไร

             ซิน: “จริง ๆ ซินเริ่มจากทำงานคนเดียวนะครับ ซินมีเพลงที่แต่งเก็บไว้เยอะ ก็ตั้งใจจะทำเดโมไปเสนอค่ายต่าง ๆ ทีนี้พี่ที่ห้องอัดก็ชวนนัทให้มาอัดกีตาร์ให้ พอพี่ ๆ เขาเห็นเราทำงานกันก็คุย ๆ ว่าจะลองทำวงดูไหม คือจริง ๆ วันแรกที่เจอกันก็ต่างคนต่างมา มาถึงปุ๊บก็ทำงานเลย ไม่ได้พูดอะไรกันเลย ก็คล้าย ๆ ว่าดูฝีมือกันมากกว่า สุดท้ายแล้วมันก็คือมีแววว่าน่าจะไปด้วยกันได้ ก็คุยกันหลังจากนั้น”

            นัท: “ตอนที่พี่เขาชวนทำวง สำหรับผมก็เหมือนเรามองหาความลงตัวกันนะครับ เพราะทั้ง 2 คนก็มีข้อเด่นของแต่ละคนไปว่าถ้ามารวมกันจะมีอะไรที่ลงตัวมากกว่า”

            แสดงว่ามีจุดที่ลงตัวกันมากกว่า ถึงร่วมงานกันได้

            นัท: “ก็มีที่ต่างกันบ้าง ต้องมาปรับจูนกัน เรื่องความคิดเห็นในการทำงานร่วมกันว่าแนวทางในอัลบั้มนี้จะเป็นแบบไหน อย่างตอนแรกที่ทำงานกัน ตอนที่อัดกีตาร์ผมก็อาจจะใส่ไลน์โซโลเยอะไป”

             ซิน: “ซินก็ต้องมาบอกว่าบางทีเยอะไป น้อยไป บางทีนัทอยากจะใส่โน่นใส่นี่ก็ต้องมาแชร์กัน”

            ฟอร์มวงเป็นดูโอ แล้วชื่อ Singular มาได้อย่างไร

            ซิน:  “คือไม่รู้ว่าเป็นโชคหรือว่าอะไร แต่ว่ามันปิ๊งชื่อนี้ขึ้นมาชื่อเดียวก็เลยไม่ต้องไปเลือกให้มันปวดหัว Singular คอนเซ็ปต์ก็คือหนึ่งเสียงร้อง บวกหนึ่งมือกีตาร์ รวมกันเป็นเนื้อเดียวกัน เป็นหนึ่ง”

            นัท:  “มีประเด็นที่ว่าทั้งซินและนัทเป็นลูกคนเดียว (หัวเราะ) ก็เลยลงตัวที่ชื่อนี้”

             เพลงในแนว Metro Acoustic เพลงอะคูสติกป๊อปที่มีกลิ่นอายของดนตรีแจ๊ซและบอสซ่า แม้จะฟังง่าย ๆ สบาย ๆ แต่ก็เป็นแนวใหม่ในตลาดเพลง แต่บทพิสูจน์ความสำเร็จตั้งแต่ ‘24.7’ จนถึง ‘เบา เบา’ ก็ทำให้คนทำงานถึงกับตื่นเต้น

            นัท:  “ขนลุก ตกใจ”

            ซิน:  “สุดยอดมาก ๆ คือไม่คาดคิด”

            นัท:  “ผมไม่คิดจริง ๆ ว่าจะมีวันนี้”

            ซิน:  “ใช่ ๆ”

            ย้อนถามไปถึงความฝันแรก อย่างนัทเรียนดนตรีมาโดยตรง (ศิลปกรรมศาสตร์ เอกดุริยางคศาสตร์สากล มศว) มีความฝันไว้อย่างไร

            นัท: “ฝันของผมก็จะเป็นศิลปินอย่างนี้แหละครับ ผมก็นั่งเล่นกีตาร์ทุกวัน มีทำเพลงบ้างเหมือนกัน ความฝันของผมก็จะเป็นศิลปินมีผลงานของตัวเอง”

            แล้วระหว่างที่รอฝันเป็นจริง นัททำอะไรมาบ้าง

            นัท: “ผมทำงานอยู่เบื้องหลังครับ ก็เป็นมือปืนรับจ้างอัดกีตาร์ เป็นนักดนตรีแบ็คอัพให้ศิลปิน แล้วก็เป็นครูสอนดนตรี ระหว่างนั้นก็มีอัดเพลง แต่งเพลงอยู่ที่บ้านครับ ก็คิด ๆ แล้วก็หาจุดที่มีใครที่จะมาร่วมงานกัน”

            แล้วฝันของซิน 

            ซิน: “ซินเรียนกราฟิคดีไซน์ที่เทคโนฯ ลาดกระบัง แต่ความฝันจริง ๆ ของซินก็มีอย่างเดียวคือเป็นศิลปิน เป็นนักร้อง แล้วถ้าเป็นไปได้ก็อยากเป็นนักร้องที่แต่งเพลงเอง ก็ได้เป็น”

           นัท: “ก็ได้เป็นไปแล้ว (หัวเราะ) ต่อไปผมก็อยากเป็นศิลปินอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อยากทำเพลงที่เราอยากจะนำเสนอต่อไปเรื่อย ๆ แล้วก็มีแฟนเพลงที่สนับสนุนเราต่อไปเรื่อย ๆ ก็ดีครับ”

            ซิน:  “ซินก็อยากจะพัฒนาทุกอย่างที่มีอยู่ตอนนี้ให้ดีขึ้นไปอีก

            ดูเหมือนเส้นทางชีวิตมันง่าย จริง ๆ กว่าจะมาถึงวันนี้ได้แต่ละคนต้องผ่านอะไรมาบ้าง

            ซิน:  “ไม่ได้ง่ายหรอกครับ อย่างตอนซินแต่งเพลงก็ไม่ใช่ว่าเพิ่งแต่งมาปี 2 ปีก่อนที่จะทำอัลบั้มนะ ซินก็แต่งเพลงมาตั้งแต่อายุ 14 แล้วมันก็ต้องใช้เวลาในการขัดเกลาเหมือนกัน เราต้องหาข้อมูลหรือว่าอ่านหนังสือ ซินเป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว ก็เลยได้มาจากตรงนั้นเยอะ”

            มีปัญหาเรื่องการเดินเข้า ๆ ออก ๆ ค่ายนั้นค่ายนี้ที่ทำให้ท้อมั้ย

            ซิน: “ยังไม่เคยมี ปัญหาสำหรับซินก็เป็นที่ตัวเองมากกว่า ไม่เคยโดนปฏิเสธ เพราะซินไม่กล้าเดินไปที่ไหน เหมือนกับเราพารานอยด์ไปเองว่างานที่เราทำมันดีพอหรือยัง จนมีวันหนึ่งที่บอกตัวเองให้ลองฮึดดู”

            ช่วงฮึดนี่ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

            ซิน: “คิดว่าเป็นจังหวะเวลาด้วยครับ เหมือนกับว่าเพื่อน ๆ เวลาเราแต่งเพลงเราก็เอาไปร้องให้คนอื่นฟัง พอเขาบอกว่าใช้ได้ก็เหมือนช่วยเสริมกำลังใจเรานิดหนึ่ง”

             4 ปีที่รู้จักทำงานด้วยกันมา พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของกันและกันหน่อย

             นัท: “ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน ก็แค่ความรับผิดชอบที่มากขึ้น ด้วยหน้าที่การงานที่งานรัดตัวขนาดนี้นะครับ ก็อาจจะมีงอแงบ้าง ไม่อยากตื่นมาทำงาน บางทีเหนื่อย ๆ ไม่อยากทำงานก็ต้องกระตุ้น ๆ กัน (ซิน-เฮ้ย! พี่เขาให้พูดถึงเรานะ ไม่ได้พูดถึงตัวเอง งงอะไรหรือเปล่า?) ก็ให้กำลังใจกันครับ เพราะเราก็เหนื่อยด้วยกันทั้งคู่ ไปทัวร์คอนเสิร์ตพร้อมกันก็เหนื่อยเท่ากัน”

            แล้วนัทเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

            ซิน: “สำหรับนัท เท่าที่ซินเห็นก็เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นจากตอนแรกที่ได้เจอ แต่ซินไม่ได้รู้สึกว่าใครเป็นผู้ใหญ่มากกว่ากันนะ แต่ละคนก็คิดว่ามีทั้งส่วนที่เป็นเด็กและผู้ใหญ่”

            ลูกคนเดียวทั้งคู่ มาทำงานใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มีปัญหาอะไรมั้ย

            ซิน: “เราก็ต้องปรับตัว อย่างที่บอกว่าต้องจูนเข้าหากัน ก็ไม่ใช่แค่เรื่องการทำงานอย่างเดียว ก็ต้องเรื่องนิสัยหรือความใส่ใจคนรอบข้างด้วย เพราะว่าเราก็ไม่ได้ทำงานตัวคนเดียว เราทำงานกับทีมก็ต้องมีคนอื่นที่เราต้องใส่ใจ”

            นัท: “เราทำงานเป็นทีมก็ต้องใส่ใจคนรอบข้าง”

            ตั้งใจจะเป็นดูโอไปอีกนานแค่ไหน

            นัท: “ตอนนี้ก็ต้องบอกว่าจะทำงานด้วยกันไปเรื่อย ๆ (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องของอนาคตนะครับ”

             มองว่าอะไรที่ทำให้เราจะทำงานด้วยกันได้นาน ๆ

             นัท: “เรามีการปรับจูนกันก่อนที่จะทำงาน”

             ซิน: “ซินว่าถ้าเรายังทำงานด้วยกันแล้วสบายใจก็ยังจะทำงานด้วยกันไปเรื่อย ๆ คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องแยกกัน เพราะสุดท้ายการทำงานด้วยกันมันก็คือความสบายใจ”


             นัท: “อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนแรกว่าเหมือนเราก็เติมเต็มกันในส่วนที่ทั้งคู่ไม่มีก็มาบวกกัน แล้วมีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมาก็เป็น Singular ขึ้นมา”

            ความสุข ณ ตอนนี้ วันที่งานวิ่งชนกันจนไม่มีเวลาพักผ่อน

            นัท: “ความสุขของผมก็คือการได้มาเจอกับแฟนเพลงทุกคน ทุกครั้งที่ได้ขึ้นคอนเสิร์ตก็มีความสุข ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพลงของตัวเองตามคลื่นวิทยุ หรือเดินตามห้างฯ ทุกครั้งก็จะมีความสุขมาก ๆ คือเราตั้งใจทำมาก ๆ พอได้ยินเพลงเราก็ยิ้มได้”

            ซิน: “สำหรับซินก็คือทุกอย่างที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ เพราะมันคือความฝันมาตลอดว่าอยากจะเห็นภาพเราเป็นแบบนั้นแบบนี้ แล้ววันนี้มันได้ทำที่อยากจะทำ ก่อนหน้านี้ก็เหมือนเราก็รอมานานเหมือนกัน รอตัวเองว่าเมื่อไหร่จะมีความมั่นใจ รออะไรหลาย ๆ อย่าง พอถึงตอนนี้ก็แบบทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เป็นความสุข”

            มีน้อง ๆ หลายคนที่อาจจะขาดความมั่นใจ หรือบางคนก็กลัวที่จะเข้ามาทำงานในวงการเพลงที่ตอนนี้ก็มีปัญหาเยอะแยะ พูดให้กำลังใจหน่อย

            ซิน: “ซินอยากให้จริงใจกับตัวเองก่อน แล้วก็จริงใจกับสิ่งที่ตัวเองชอบจริง ๆ ก่อน คือไม่ใช่ว่าปากพูดว่า “ฉันอยากจะเป็นนักร้อง” แล้วก็ไม่ฝึก ไม่ฟังเพลงเยอะ หรือว่าไม่รู้จักวงการ มันก็เป็นไปได้ยากที่คุณจะประสบความสำเร็จ คุณต้องจริงใจกับสิ่งที่เราอยากจะทำจริง ๆ ต้องทุ่มเทจริง ๆ ถ้าอยากประสบความสำเร็จ”

            นัท: “ต้องมีวินัยในการฝึกฝนดนตรีนะครับ ถ้าอยากจะเป็นนักดนตรีต้องมีวินัยในการฝึกฝนมาก ๆ ฝึกทุกวัน”

            นัทที่บอกว่าซ้อมกีตาร์ทุกเวลาที่ว่าง แล้วงานอดิเรกคืออะไร

            นัท: “(หัวเราะ) ผมจะซ้อมกีตาร์ทุกครั้งที่มีเวลา ลงเวทีก็เอากีตาร์กลับบ้าน ซ้อมในห้อง ก่อนทัวร์คอนเสิร์ตก็จะเอากีตาร์กลับมาซ้อมที่ห้อง งานอดิเรกของผมคือซ้อมดนตรีครับ (หัวเราะ) จริง ๆ นะผมไม่เคยทำอย่างอื่น อ่านหนังสือการ์ตูน หรือเล่นเกมไม่เคย เล่นกีตาร์อย่างเดียวชีวิตนี้ (ซิน-เครียดไปเนอะ) ไม่เคยอ่านหนังสือการ์ตูนเลยชีวิตนี้”

            สำหรับบางคนใช้ดนตรีเพื่อคลายเครียด แล้วนัทอยู่กับดนตรีที่เป็นงานด้วย

            นัท: “สำหรับผมดนตรีมันไม่ได้เป็นงานครับ เหมือนเราผ่อนคลายกับมันได้ มีสติกับมันได้ตลอดเวลา แล้วมีสมาธิมากที่สุด”

             อย่างนั้นถามซิน เด็กเรียนดีได้เกียรตินิยมอันดับ 2 เชียวนะ ใช้เวลาว่างอย่างไร

            ซิน: “เวลาว่างของซินส่วนมากก็จะอ่านหนังสือแล้วก็ฟังเพลง พยายามจะหาอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้ตัวเองตลอด จริง ๆ ซินก็ไม่ได้เป็นคนเรียนดีขนาดนั้นนะ ไม่ใช่ได้ท